Share

ถูกทวงหนี้ต้องทำอย่างไร? รู้สิทธิลูกหนี้และกฎหมายทวงถามหนี้

Last updated: 6 Sept 2026
7 Views
ถูกทวงหนี้ต้องทำอย่างไร? รู้สิทธิลูกหนี้และวิธีรับมือการทวงถามหนี้อย่างถูกต้อง ⚖️
การเป็นหนี้ไม่ได้ทำให้บุคคลหนึ่งต้องสูญเสียศักดิ์ศรีหรือยอมรับการทวงถามหนี้ทุกรูปแบบ แม้เจ้าหนี้จะมีสิทธิติดตามให้ลูกหนี้ชำระหนี้ตามกฎหมาย แต่การทวงถามต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตที่เหมาะสม ไม่ข่มขู่ ไม่ดูหมิ่น ไม่เปิดเผยข้อมูลหนี้โดยไม่มีเหตุอันสมควร และไม่ทำให้ลูกหนี้เข้าใจผิดเกี่ยวกับอำนาจหรือกระบวนการทางกฎหมาย

ดังนั้น เมื่อต้องเผชิญกับการ ทวงถามหนี้ ลูกหนี้ไม่ควรตื่นตระหนกหรือรีบยอมรับข้อกล่าวอ้างทั้งหมดทันที แต่ควรตั้งสติ ตรวจสอบข้อมูล เก็บหลักฐาน และพิจารณาว่าหนี้ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับตนเองจริงหรือไม่

บทความนี้จะอธิบายเรื่อง สิทธิลูกหนี้ และวิธีรับมือเมื่อถูกทวงหนี้ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อให้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นได้อย่างเหมาะสม

การถูกทวงหนี้ ไม่ได้แปลว่าต้องยอมรับว่าหนี้นั้นถูกต้องเสมอไป
เมื่อมีบุคคล บริษัท หรือสำนักงานติดตามหนี้ติดต่อเข้ามา สิ่งแรกที่ควรทำคือแยกให้ออกระหว่าง “การรับฟังข้อมูล” กับ “การยอมรับสภาพหนี้”

การรับสาย อ่านข้อความ หรือขอรายละเอียดเกี่ยวกับหนี้ ไม่ได้หมายความว่าลูกหนี้ยอมรับว่าตนเป็นหนี้ตามจำนวนที่ถูกเรียกร้องเสมอไป เพราะอาจมีประเด็นที่ต้องตรวจสอบอีกหลายอย่าง เช่น

หนี้นั้นเป็นของตนเองจริงหรือไม่
ผู้ติดต่อได้รับมอบอำนาจจากเจ้าหนี้หรือไม่
จำนวนเงินต้น ดอกเบี้ย ค่าปรับ และค่าใช้จ่ายถูกต้องหรือไม่
เคยมีการชำระเงินบางส่วนไปแล้วหรือไม่
หนี้ถูกโอนให้บุคคลหรือบริษัทอื่นแล้วหรือไม่
มีคำพิพากษาหรือเอกสารทางกฎหมายเกี่ยวข้องหรือไม่
สิทธิเรียกร้องนั้นขาดอายุความแล้วหรือไม่
ประเด็นเหล่านี้ต้องพิจารณาจากประเภทของหนี้ สัญญา หลักฐานการชำระเงิน และข้อเท็จจริงเฉพาะกรณี ลูกหนี้จึงไม่ควรรีบลงชื่อในหนังสือรับสภาพหนี้ หนังสือประนีประนอม หรือเอกสารอื่นใด หากยังไม่เข้าใจผลทางกฎหมายอย่างชัดเจน

ใครเป็นผู้มีสิทธิทวงถามหนี้?
ผู้ที่ติดต่อทวงหนี้อาจเป็นเจ้าหนี้โดยตรง ผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าหนี้ ผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการแทน

เมื่อติดต่อกับลูกหนี้ ผู้ทวงถามหนี้ควรแสดงข้อมูลที่ทำให้ตรวจสอบตัวตนและที่มาของหนี้ได้ เช่น ชื่อและนามสกุล หน่วยงานหรือบริษัทที่สังกัด ชื่อเจ้าหนี้ และจำนวนหนี้ หากเป็นการติดต่อทวงถามต่อหน้า ผู้รับมอบอำนาจควรแสดงหลักฐานการมอบอำนาจด้วย ตามข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย

ดังนั้น เมื่อลูกหนี้ได้รับโทรศัพท์หรือข้อความเกี่ยวกับหนี้ สามารถสอบถามข้อมูลต่อไปนี้ได้อย่างสุภาพ

ผู้ติดต่อชื่อและนามสกุลอะไร
ติดต่อจากบริษัทหรือหน่วยงานใด
เป็นตัวแทนของเจ้าหนี้รายใด
หนี้เกิดจากสัญญาหรือรายการใด
ยอดเงินต้น ดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายมีจำนวนเท่าใด
สามารถส่งเอกสารรายละเอียดหนี้ให้ตรวจสอบได้หรือไม่
หากรับชำระเงิน ผู้ติดต่อมีอำนาจรับชำระและออกหลักฐานให้หรือไม่
หากอีกฝ่ายไม่ยอมให้ข้อมูล หรือเร่งรัดให้โอนเงินทันที ควรเพิ่มความระมัดระวังและตรวจสอบกับเจ้าหนี้โดยตรงผ่านช่องทางที่เชื่อถือได้ก่อนชำระเงิน

เวลาทวงถามหนี้และจำนวนครั้งที่เหมาะสม ⏰
การทวงถามหนี้ไม่ควรเกิดขึ้นตลอดเวลาโดยไม่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของลูกหนี้ ตามข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย การติดต่อทวงถามโดยบุคคล โทรศัพท์ หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยทั่วไปต้องอยู่ภายในช่วงเวลาดังนี้

วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.00–20.00 น.
วันหยุดราชการ เวลา 08.00–18.00 น.
โดยทั่วไปทวงถามได้ไม่เกินวันละ 1 ครั้ง ภายใต้หลักเกณฑ์และข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด
การนับจำนวนครั้งต้องพิจารณาว่าลูกหนี้ได้รับทราบการทวงถามอย่างชัดเจนแล้วหรือไม่ เช่น รับโทรศัพท์และได้สนทนาเรื่องหนี้ หรือเปิดอ่านข้อความที่มีเนื้อหาทวงถามแล้ว รายละเอียดเกี่ยวกับเวลาและความถี่สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากบทความเรื่องกฎหมายคุ้มครองสิทธิลูกหนี้ที่ถูกทวงหนี้เพียงใด ของธนาคารแห่งประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยว่าการติดต่อแต่ละครั้งนับเป็นการทวงถามตามกฎหมายหรือไม่ ต้องพิจารณารูปแบบการติดต่อและข้อเท็จจริงประกอบกัน

การทวงถามหนี้แบบใดอาจไม่เหมาะสมหรือผิดกฎหมาย?
แม้เจ้าหนี้จะมีสิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้ แต่ผู้ทวงถามหนี้ไม่ควรใช้วิธีการที่ละเมิดสิทธิหรือสร้างความเสียหายเกินสมควร

1. ข่มขู่หรือใช้ความรุนแรง
ผู้ทวงถามหนี้ไม่ควรข่มขู่ ใช้ความรุนแรง หรือกระทำการที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือบุคคลอื่น

หากถ้อยคำหรือพฤติการณ์มีลักษณะคุกคามอย่างร้ายแรง นอกจากอาจฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการทวงถามหนี้แล้ว ยังอาจเกี่ยวข้องกับความผิดตามกฎหมายอื่นได้ด้วย ทั้งนี้ต้องพิจารณาข้อความ พฤติการณ์ และหลักฐานเป็นรายกรณี

2. ดูหมิ่นหรือใช้ถ้อยคำรุนแรง
การเป็นหนี้ไม่ได้เปิดโอกาสให้ผู้ทวงถามใช้คำหยาบ ดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือทำให้ลูกหนี้ได้รับความอับอาย การติดตามหนี้ควรกระทำด้วยถ้อยคำสุภาพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน

3. เปิดเผยข้อมูลหนี้แก่บุคคลอื่น
โดยหลัก ผู้ทวงถามหนี้ไม่ควรนำข้อมูลการเป็นหนี้ไปเปิดเผยต่อบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น เพื่อนร่วมงาน เพื่อนบ้าน หรือบุคคลทั่วไป เพื่อประจานหรือกดดันลูกหนี้

กรณีจำเป็นต้องติดต่อบุคคลอื่นเพื่อตามหาช่องทางติดต่อลูกหนี้ การเปิดเผยข้อมูลก็ยังมีข้อจำกัด และไม่ควรบอกข้อมูลเกินกว่าที่กฎหมายอนุญาต ธนาคารแห่งประเทศไทยอธิบายหลักทั่วไปว่า ห้ามทวงถามกับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ลูกหนี้และห้ามเปิดเผยข้อมูลหนี้ เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดไว้

4. ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นศาลหรือหน่วยงานของรัฐ
ผู้ทวงถามหนี้ไม่ควรใช้ข้อความ เอกสาร เครื่องหมาย หรือวิธีการที่ทำให้ลูกหนี้เข้าใจผิดว่าเป็นการดำเนินการของศาล เจ้าหน้าที่รัฐ สำนักงานกฎหมาย หรือบริษัทข้อมูลเครดิต ทั้งที่ไม่ใช่ความจริง

ตัวอย่างเช่น การใช้เอกสารที่จัดทำให้มีลักษณะคล้ายหมายศาล หรือกล่าวอ้างว่าทรัพย์สินจะถูกยึดทันที ทั้งที่ยังไม่มีการดำเนินกระบวนการตามกฎหมาย อาจเป็นการให้ข้อมูลที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้

5. เรียกเก็บเงินโดยไม่มีรายละเอียดชัดเจน
หากมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าติดตาม หรือค่าใช้จ่ายอื่น ลูกหนี้ควรขอรายละเอียดและฐานในการเรียกเก็บ ไม่ควรโอนเงินเพียงเพราะได้รับแจ้งยอดผ่านโทรศัพท์หรือข้อความ โดยยังไม่ทราบว่าจำนวนเงินดังกล่าวคำนวณมาจากอะไร

เมื่อถูกทวงหนี้ ควรปฏิบัติอย่างไร?
การตั้งสติและจัดการอย่างเป็นระบบช่วยลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดได้ ลูกหนี้สามารถดำเนินการเบื้องต้นดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบตัวตนของผู้ทวงถาม
บันทึกชื่อผู้ติดต่อ ชื่อบริษัท หมายเลขโทรศัพท์ ชื่อเจ้าหนี้ และเลขอ้างอิงของบัญชีหนี้ หากได้รับข้อความจากบัญชีออนไลน์ ควรบันทึกชื่อบัญชีและช่องทางติดต่อไว้ด้วย

ขั้นตอนที่ 2 ขอเอกสารแสดงรายละเอียดหนี้
ควรขอเอกสารที่แสดงข้อมูลสำคัญ เช่น

สัญญาหรือที่มาของหนี้
ยอดเงินต้นคงเหลือ
ดอกเบี้ยและวิธีคำนวณ
ค่าปรับหรือค่าใช้จ่าย
ประวัติการชำระเงิน
หลักฐานการโอนสิทธิเรียกร้อง หากเจ้าหนี้เปลี่ยนราย
หลักฐานการมอบอำนาจของผู้ทวงถาม
การมีเอกสารช่วยให้ตรวจสอบได้ว่าหนี้และจำนวนเงินที่เรียกร้องถูกต้องหรือไม่

ขั้นตอนที่ 3 เก็บหลักฐานการติดต่อทุกครั้ง
หลักฐานที่ควรเก็บไว้ ได้แก่

หมายเลขโทรศัพท์ของผู้ติดต่อ
วันและเวลาที่โทรหรือส่งข้อความ
ภาพหน้าจอข้อความ
จดหมายหรือเอกสารที่ได้รับ
ชื่อบุคคลและหน่วยงานที่ติดต่อ
บันทึกรายละเอียดการสนทนา
หลักฐานเสียงเท่าที่สามารถเก็บได้โดยชอบและเหมาะสม
ควรเก็บไฟล์ต้นฉบับไว้ ไม่แก้ไขหรือตัดต่อ เพราะอาจจำเป็นต้องใช้ประกอบการร้องเรียนหรือดำเนินคดีในภายหลัง

ขั้นตอนที่ 4 อย่ารีบลงนามในเอกสาร
หนังสือรับสภาพหนี้ สัญญาประนีประนอม หรือข้อตกลงผ่อนชำระ อาจมีผลต่อสิทธิ หน้าที่ และการต่อสู้เรื่องอายุความ ลูกหนี้จึงควรอ่านทุกข้อความ ตรวจสอบจำนวนเงินและเงื่อนไขให้ครบถ้วนก่อนลงชื่อ

หากไม่เข้าใจข้อความบางส่วน ควรขอสำเนากลับมาตรวจสอบหรือปรึกษาทนายความก่อน

ขั้นตอนที่ 5 ชำระเงินผ่านช่องทางที่ตรวจสอบได้
หากตรวจสอบแล้วว่าเป็นหนี้จริงและประสงค์ชำระ ควรจ่ายผ่านช่องทางของเจ้าหนี้หรือช่องทางที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ ไม่ควรโอนเข้าบัญชีส่วนตัวที่ไม่สามารถตรวจสอบความเกี่ยวข้องได้

เมื่อชำระเงินแล้ว ควรขอใบเสร็จหรือหลักฐานรับชำระ ซึ่งผู้รับชำระที่ได้รับมอบอำนาจควรออกหลักฐานให้แก่ลูกหนี้

ถ้าหนี้ถูกต้อง แต่ยังไม่มีความสามารถชำระทั้งหมด ควรทำอย่างไร?
การรู้ สิทธิลูกหนี้ ไม่ได้หมายความว่าสามารถละเลยหนี้ที่มีอยู่จริง หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นหนี้ของตนเอง แต่ยังไม่สามารถชำระทั้งหมดได้ ควรติดต่อเจ้าหนี้เพื่อเจรจาอย่างตรงไปตรงมา

แนวทางที่อาจเสนอในการเจรจา ได้แก่

ขอปรับจำนวนเงินผ่อนชำระให้เหมาะสมกับรายได้
ขอขยายระยะเวลาการชำระ
ขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้
ขอพักชำระบางส่วนตามเงื่อนไขของเจ้าหนี้
ขอรายละเอียดการลดดอกเบี้ยหรือค่าปรับ
ขอให้ทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร
ก่อนทำข้อตกลงใหม่ ควรประเมินว่าตนสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้จริงหรือไม่ ไม่ควรตกลงจำนวนเงินที่สูงเกินความสามารถเพียงเพื่อให้การทวงถามยุติลงชั่วคราว

หากได้รับหมายศาล ต้องทำอย่างไร? ⚖️
หมายศาลแตกต่างจากจดหมายทวงถามทั่วไป หากได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง ไม่ควรเพิกเฉย เพราะอาจทำให้เสียโอกาสในการยื่นคำให้การ แสดงพยานหลักฐาน หรือเจรจาต่อหน้าศาล

ลูกหนี้ควรดำเนินการดังนี้

ตรวจสอบชื่อศาล หมายเลขคดี และวันนัด
อ่านข้อกล่าวหาและจำนวนเงินที่ถูกเรียกร้อง
รวบรวมสัญญา ใบเสร็จ หลักฐานโอนเงิน และข้อความที่เกี่ยวข้อง
ตรวจสอบกำหนดเวลาตามหมายศาล
ปรึกษาทนายความหรือหน่วยงานช่วยเหลือทางกฎหมายโดยเร็ว
ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ข้อมูลว่า การไม่ไปศาลอาจทำให้ลูกหนี้เสียโอกาสในการต่อสู้หรือเจรจา และศาลอาจต้องพิจารณาจากข้อมูลของเจ้าหนี้ฝ่ายเดียว จึงไม่ควรเก็บหมายศาลไว้โดยไม่ดำเนินการใด ๆ

หากถูกทวงถามหนี้ไม่เหมาะสม ร้องเรียนได้ที่ใด?
หากพบว่าการทวงถามหนี้มีลักษณะข่มขู่ ดูหมิ่น เปิดเผยข้อมูล หรือฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ ลูกหนี้ควรเก็บหลักฐานและสามารถติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ เช่น

คณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้
ที่ทำการปกครองจังหวัด
ที่ว่าการอำเภอ
สถานีตำรวจในพื้นที่
หน่วยงานกำกับดูแลเจ้าหนี้หรือผู้ให้บริการรายนั้น
ทนายความหรือหน่วยงานให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย
รายละเอียดช่องทางร้องเรียนที่เผยแพร่โดยธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถตรวจสอบได้จากหัวข้อการติดตามทวงถามหนี้และช่องทางร้องเรียน

สรุป: เป็นหนี้ต้องรับผิดชอบ แต่การทวงหนี้ต้องเคารพกฎหมาย
หัวใจสำคัญคือ เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้ ส่วนลูกหนี้ก็มีสิทธิได้รับการทวงถามอย่างสุภาพ ถูกต้อง และไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว

เมื่อต้องเผชิญกับการ ทวงถามหนี้ ลูกหนี้ควรตั้งสติ ตรวจสอบตัวตนของผู้ติดต่อ ขอรายละเอียดหนี้ เก็บหลักฐาน และไม่รีบลงนามหรือชำระเงินหากยังไม่เข้าใจข้อมูลทั้งหมด

หากหนี้ถูกต้อง ควรหาทางเจรจาและชำระตามความสามารถ แต่หากไม่แน่ใจว่าหนี้เป็นของตนเอง จำนวนเงินไม่ถูกต้อง หรือพบพฤติกรรมการทวงถามที่ไม่เหมาะสม ควรนำเอกสารและหลักฐานไปปรึกษาทนายความ เพื่อประเมินแนวทางที่เหมาะสมกับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

ปรึกษาปัญหาหนี้กับสำนักงานทนายความเชียงใหม่
️ Wisan Legal Services สำนักงานทนายความ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมให้คำปรึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับปัญหาหนี้ การทวงถามหนี้ สัญญากู้ยืม หนังสือรับสภาพหนี้ การเจรจาประนอมหนี้ และการดำเนินคดีเกี่ยวกับหนี้

สามารถทักข้อความเพื่อสอบถามรายละเอียดหรือนัดหมายปรึกษาทนายความได้

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป มิใช่คำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี การใช้สิทธิและแนวทางดำเนินการอาจแตกต่างกันตามประเภทหนี้ สัญญา เอกสาร อายุความ และข้อเท็จจริงของแต่ละบุคคล

Related Content
ปรึกษาทนายความก่อนฟ้องคดี ดีกว่าอย่างไร? ป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมาย
การปรึกษาทนายความก่อนฟ้องคดีช่วยลดความเสี่ยง ประหยัดเวลา ค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสชนะคดี พร้อมคำแนะนำจากทนายมืออาชีพ
S__12918806.jpg Mr. Watcharapong Thipsukhum
10 Jan 2026
⚖️ Thai Laws Foreigners Should Know When Staying in Thailand 
Living in Thailand—whether you are visiting, staying long-term, working, or doing business—legal problems often arise from everyday issues: visa compliance, working without the proper authorization, online posts, drunk driving, or signing rental contracts without adequate protection ‍
S__12918807.jpg Akapat Sayantana
8 Jan 2026
คดีอาญาคืออะไร? สิทธิของผู้ต้องหาและผู้เสียหายที่ต้องรู้
อธิบายคดีอาญาอย่างเข้าใจง่าย สิทธิของผู้ต้องหาและผู้เสียหาย ขั้นตอนสำคัญ และเหตุผลที่ควรมีทนายคดีอาญาดูแลคดี
S__12918807.jpg Akapat Sayantana
21 Feb 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy and Cookies Policy
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy